การจะมีสุขภาพดีไม่ใช่เรื่องยากแต่ก็ไม่ง่ายอย่างที่คิด อย่างอาหาร ที่เรารับประทานกันอยู่นั้น แน่นอนว่าต้องมีประโยชน์ไม่มากก็น้อย แต่ทุกอย่างในโลกล้วนมีสองด้านเสมอในประโยชน์ก็มีโทษซ้อนอยู่ เราไม่ได้บอกว่าอาหารต่อไปนี้คุณ “ไม่ควร” รับประทาน เพียงแต่ควรทานในปริมาณพอเหมาะ เพราะหากทานมากไปกลับยิ่งเสี่ยงต่อโทษมากกว่าประโยชน์ แล้วอาหารที่ว่านั้นมีอะไรบ้าง เริ่มจาก

              ตับหมู ในตับหมู 1 กิโลกรัมจะมีคอเลสเตอรอลสูงถึง 400 มิลลิกรัม เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่า คอเลสเตอรอลยิ่งสูงยิ่งเสี่ยง ทั้งจากโรคหัวใจและโรคอื่นๆ อีกมาก

              ปาท่องโก๋ อาหารมื้อเช้าของใครหลายคนนั้นเอง ประการแรก ปาท่องโก๋นั้นทำจากแป้ง เมื่อแป้งผ่านกระบวนการทอดด้วยน้ำมัน จะทำให้เกิดไขมันชนิดทรานส์ ซึ่งไขมันชนิดนี้จะไปทำลายไขมันชนิดดีหรือ HDL ที่มีประโยชน์กับร่างกายและยังไปเพิ่มไขมันชนิดร้าย LDL ให้มากขึ้น สิ่งเหล่านี้มีผล ให้เกิดโรคต่างๆ ตามมา ไม่ว่าจะเป็น โรคหัวใจ เบาหวาน มะเร็ง และทำให้ระบบภูมิต้านทานทำงานผิดปกติ นี้ยังไม่รวมถึงกรรมวิธีในการทำปาท่องโก๋ที่ต้องใช้สารส้มซึ่งมีตะกั่วปน เปื้อนอยู่ ตะกั่วนี้เองที่จะทำให้ไตเราทำงานหนักเพราะต้องขับสารนี้ออกไป

              ผักดอง จริงอยู่ว่าการหมักดอง เป็นการถนอมอาหารวิธีหนึ่ง ในการทำอาหารหมักดองนั้น มักใช้เกลือในปริมาณมาก ทำให้ร่างกายได้รับโซเดียมสูง หากได้รับมากไปจะทำให้หัวใจทำงานหนัก ความดันเลือดสูง เสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจ ในอาหารหมักดอง หมักเติมสารไนไตรต์ในปริมาณมาก สารตัวนี้เมื่อไปอยู่ในกระเพาะอาหารจะเปลี่ยนเป็นแอมโมเนียไนไตรต์ ซึ่งเป็นสารก่อมะเร็ง และแน่นอนว่าสารอาหารที่มี ประโยชน์ในผักไม่ว่าจะเป็นวิตามินบีและซี จะสลายไปตามระยะเวลาในการหมักดอง

              เต้าหู้ นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยลัฟเบอเรอในอังกฤษ ได้ศึกษาเรื่องนี้กับผู้สูงวัยชาวอินโดนีเซีย 719 คน พบว่าการกินเต้าหู้มากเกินไป มากกว่าหนึ่งครั้งต่อวัน มีส่วนทำให้ความจำแย่ลง โดยเฉพาะผู้บริโภคที่อยู่ในวัย 68 ปีขึ้นไป เนื่องจากเต้าหู้เต็มไปด้วยสารไฟโตเอสโตรเจน ซึ่งให้ผลในแบบเดียวกับเอสโตรเจนที่เป็นฮอร์โมนเพศหญิง ผลวิจัย ชิ้นนี้พบว่า ถ้าร่างกายได้รับสารไฟโตเอสโตรเจนมากเกินไป  อาจเพิ่มความเสี่ยงทำให้เป็นโรคจิตเสื่อม ตัวการสำคัญอาจมาจากสารกันบูดในเต้าหู้ที่ไปกระทบกับสมองในส่วนของความจำ

              เมล็ดทานตะวัน ในเมล็ดทานตะวันนั้นมีกรดไขมันไม่อิ่มตัวสูง แต่หากรับประทานในปริมาณมากเกินไป หรือบ่อยเกินไปอาจทำให้กระบวนการเคมี (metabolism) ในร่างกายผิดปกติ ทำให้เกิดการสะสมไขมันในตับ ภาวะไขมันในตับสูงอาจทำให้เสี่ยงต่อโรคตับ

              เนื้อย่าง จะยิ่งอันตรายมากถ้ากินอาหารปิ้งย่างที่ติดส่วนไหม้เกรียมมากๆ เนื่องจากกระบวนการปิ้งย่างจะก่อให้เกิดสารเบนโซไพรีน ซึ่งเป็นสารก่อมะเร็งและน้ำมันที่เรา ใช้ทาลงบนตะแกรงขณะย่าง เมื่อโดนความร้อนทำให้เกิดปฏิกิริยาเคมี ซึ่งเป็นขบวนการเปลี่ยนรูปโมเลกุลของสาร ไขมันที่มีลักษณะยาว ให้เป็นชนิดวงแหวน วงแหวนบางวง จะรวมกันหลายวงได้สารที่ทำให้เกิดมะเร็งได้

              ไข่เยี่ยวม้า ความเสี่ยงของอาหารชนิดนี้เริ่มตั้งแต่กรรมวิธีการทำเลยค่ะ การทำไข่เยี่ยวม้าต้องมีส่วนประกอบของสารที่ให้ความเป็นด่างสูง นั้นก็คือ แคลเซียมออกไซด์ โซเดียมคาร์บอเนต ขี้เถ้า บางสูตรอาจเติมเกลือและน้ำชาแก่ๆ เพื่อเพิ่มรสชาติ สิ่งสำคัญอีกอย่างคือการควบคุมค่า ความเป็นกรดด่างให้สมดุล หากมากไปหรือน้อยไปจะทำให้ไข่ขาวไม่แข็งใสและเกิดลักษณะเหลว บางคนจึงเติมสารตะกั่ว เช่น ตะกั่วออกไซด์ จะช่วยให้ไข่แข็งตัว ผลที่ตามมา คือ หากทานมากไปเท่ากับทานสารตะกั่วเข้าไปด้วย โทษก็คือตะกั่วจะทำให้การดูดแคลเซียมในร่างกายส่งผลให้ กระดูกโปร่งบาง หากทานมากๆ ร้ายแรงกว่านั้นก็ถึงขั้น เป็นหมันกันเลยทีเดียว

              ผักโขม ปวยเล้ง เราไม่ได้บอกให้เลิกทานผักโขมและปวยเล้ง เพราะสองสิ่งนี้ย่อมมีประโยชน์มากกว่าโทษ เพียงแต่กรดออกซาเลตที่มีอยู่มากในผักสองชนิดนี้ เมื่อทานมากไป กรดออกซาแลตจะไปจับตัวรวมกับแร่ธาตุบางชนิด เช่น โซเดียม แมกนีเซียม แคลเซียม และ โปรแตสเซียม จากกลายเป็นผนึกซึ่งผนึกออกซาเลตนี้เอง ร่างกายจะสามารถขับลิ่มต่างๆ ได้ด้วยตัวเองทางการ ปัสสาวะในกรณีที่ผลึกมีขนาดเล็ก แต่ถ้ามีขนาดใหญ่ จะทำให้เกิดความเจ็บปวด อาการที่พบคือ ปวดบริเวณเอว สีข้าง ปัสสาวะติดขัด มีการติดเชื้อภายในปัสสาวะออกมาเป็นเลือด วิธีเลี่ยงความเสี่ยงคือ ทานผักสองอย่างนี้สลับกับผักชนิดอื่น อย่าทานอยู่ชนิดเดียวซ้ำกันเป็นเวลานานๆ

              บะหมี่สำเร็จรูป ส่วนประกอบของบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป เป็นแป้งสาลี 60-70% ส่วน 15-20% เป็นไขมัน (อยู่ในเครื่องปรุง) ที่เหลืออีก 5-6% เป็นเกลือและผงชูรสล้วนๆ เพราะฉะนั้นถ้าทานบะหมี่สำเร็จรูปมากกว่า 1 ซองต่อวัน ร่างกายก็จะได้รับปริมาณโซเดียมเกินความต้องการถึง 50- 100% ซึ่งเป็นอันตรายต่อไต และยังจะทำให้ความดันโลหิตสูงอีกด้วย และในบะหมี่สำเร็จรูปมีสารกันบูดและสารแต่งรสค่อนข้างสูง จึงเสี่ยงต่อการสะสมสารพิษในร่างกาย

ขอขอบคุณข้อมูลจาก นิตยสารกุลสตรี
ที่มา  :  วิชาการดอทคอม
 
 

แก้ไขล่าสุด (วันอังคารที่ 12 เมษายน 2011 เวลา 01:59)